ประกาศ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การยื่นคำขอสมัครสอบเพื่อประกาศนียบัตร แสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อนุสาขากุมารเวชศาสตร์
1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นสมัครสอบเพื่อหนังสืออนุมัติฯ
1.1 เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขากุมารเวชศาสตร์จากสถาบันในต่างประเทศที่ แพทยสภารับรอง 1.2 เป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แบ่งเป็น 2 กรณี 1.2.1 แพทย์ที่ปฏิบัติงานสาขากุมารเวชศาสตร์ในสถานบริการทางการแพทย์และ สาธารณสุขตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยฯ ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 5 ปี 1.2.2 กุมารแพทย์โลหิตวิทยา (ระยะเวลาการฝึกอบรม 3 ปี) และปฏิบัติงานสาขากุมารเวช ศาสตร์ในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขตามเกณฑ์กำหนดของราช วิทยาลัยฯ ไม่น้อยกว่า 2ปี 1.3 เป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป
1.1 เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขากุมารเวชศาสตร์จากสถาบันในต่างประเทศที่ แพทยสภารับรอง 1.2 เป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แบ่งเป็น 2 กรณี
1.2.1 แพทย์ที่ปฏิบัติงานสาขากุมารเวชศาสตร์ในสถานบริการทางการแพทย์และ สาธารณสุขตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยฯ ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 5 ปี 1.2.2 กุมารแพทย์โลหิตวิทยา (ระยะเวลาการฝึกอบรม 3 ปี) และปฏิบัติงานสาขากุมารเวช ศาสตร์ในสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขตามเกณฑ์กำหนดของราช วิทยาลัยฯ ไม่น้อยกว่า 2ปี
1.3 เป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป
2. ข้อกำหนดของสถานที่ปฏิบัติงาน สถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่สามารถเป็นสถานที่ปฏิบัติงานจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.1 มีการแยกแผนกกุมารเวชศาสตร์ 2.2 มีหน่วยงานกลางที่จำเป็น ดังนี้ 2.2.1 ห้องปฏิบัติการทั่วไป มีบริการทางพยาธิวิทยาคลีนิก ตรวจเลือด เคมีคลีนิก จุล ชีววิทยา คลังเลือด เป็นการประจำ 2.2.2 หน่วยรังสีวิทยา มีรังสีแพทย์ หรือ แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ สามารถทำการตรวจ วินิจฉัยโรคโดยใช้รังสีหรืออุปกรณ์อื่น ๆ 2.2.3 ห้องสมุดทางการแพทย์ มีห้องสมุดซึ่งมีตำรามาตรฐานทางการแพทย์ วารสาร การแพทย์ที่เป็นที่นิยม มีระบบการค้นหาข้อมูล (information technology) 2.2.4 หน่วยเวชระเบียนและสถิติ ผู้ป่วยทุกคนต้องมีรายงานประจำตัว (เวชระเบียน) ซึ่ง บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและมีสถิติเกี่ยวกับผู้ป่วยของสถาบันนั้น ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ควบคุม 2.3 ได้รับการตรวจรับรองสถาบันโดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานปฏิบัติงาน สาขากุมารเวชศาสตร์ที่ผู้ปฏิบัติงาน มีสิทธิสอบหนังสืออนุมัติสาขากุมารเวชศาสตร์ได้เมื่อปฏิบัติ งานครบตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยฯ
2.1 มีการแยกแผนกกุมารเวชศาสตร์ 2.2 มีหน่วยงานกลางที่จำเป็น ดังนี้
2.2.1 ห้องปฏิบัติการทั่วไป มีบริการทางพยาธิวิทยาคลีนิก ตรวจเลือด เคมีคลีนิก จุล ชีววิทยา คลังเลือด เป็นการประจำ 2.2.2 หน่วยรังสีวิทยา มีรังสีแพทย์ หรือ แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ สามารถทำการตรวจ วินิจฉัยโรคโดยใช้รังสีหรืออุปกรณ์อื่น ๆ 2.2.3 ห้องสมุดทางการแพทย์ มีห้องสมุดซึ่งมีตำรามาตรฐานทางการแพทย์ วารสาร การแพทย์ที่เป็นที่นิยม มีระบบการค้นหาข้อมูล (information technology) 2.2.4 หน่วยเวชระเบียนและสถิติ ผู้ป่วยทุกคนต้องมีรายงานประจำตัว (เวชระเบียน) ซึ่ง บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและมีสถิติเกี่ยวกับผู้ป่วยของสถาบันนั้น ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ควบคุม
2.3 ได้รับการตรวจรับรองสถาบันโดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานปฏิบัติงาน สาขากุมารเวชศาสตร์ที่ผู้ปฏิบัติงาน มีสิทธิสอบหนังสืออนุมัติสาขากุมารเวชศาสตร์ได้เมื่อปฏิบัติ งานครบตามเกณฑ์กำหนดของราชวิทยาลัยฯ
3. ข้อกำหนด ลักษณะและปริมาณงาน
3.1 จำนวนเตียงของแผนกกุมารเวชศาสตร์ อย่างน้อย 30 เตียง 3.2 รับผู้ป่วยทางกุมารเวชศาสตร์ไว้รักษาอย่างน้อยปีละ 500 ราย โดยมีผู้ป่วยประเภทต่าง ๆ ได้แก่
ทารกแรกเกิดและทารกเกิดก่อนกำหนด
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคติดเชื้อ
โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด
โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
โรคทางโลหิตวิทยา
โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรคภูมิแพ้
โรคทุพโภชนาการ
และโรคอื่น ๆ
3.3 ต้องรับบริการทารกแรกเกิดปกติอย่างน้อยปีละ 600 ราย 3.4 มีแผนกผู้ป่วยนอก รวมทั้งห้องฉุกเฉินและมีจำนวนผู้ป่วยนอกสาขากุมารเวชศาสตร์อย่างน้อย ปีละ 5,000 ราย
4. การรับรองสถาบัน โดยราชวิทยาลัยกุมารฯ สถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่สามารถเป็นสถานที่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการตรวจประเมินและรับรองโดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และการรับรองนี้มีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี นับจากวันตรวจประเมิน เป็นต้นไป 5. การสอบเพื่อหนังสืออนุมัติฯ
5.1 สำหรับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติข้อ 1.1 และ 1.3 คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อฝส.) จะพิจารณายกเว้นการสอบข้อเขียนและ/หรือ การสอบภาคปฏิบัติโดยให้สอบปากเปล่าอย่างเดียวเป็นการเฉพาะราย 5.2 สำหรับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2 ต้องสอบทั้งข้อเขียนและสอบภาคปฏิบัติ (OSCE) 5.2.1 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2.1 สามารถสมัครสอบภาคปฏิบัติได้ เมื่อได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์เป็นปีที่ 3 เป็นต้นไป 5.2.2 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2.2 สามารถสมัครสอบภาคปฏิบัติได้ตั้งแต่ขณะฝึกอบรม เป็นแพทย์ประจำบ้านกุมารเวชศาสตร์โลหิตวิทยา ชั้นปีที่ 3 5.3 กำหนดการสอบพร้อมรายละเอียดอื่น ๆ จะเป็นไปตามประกาศของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ เรื่อง การยื่นคำขอสมัครสอบเพื่อวุฒิบัตรฯ และหนังสืออนุมัติฯ สาขากุมารเวชศาสตร์ในแต่ละปี
5.1 สำหรับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติข้อ 1.1 และ 1.3 คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อฝส.) จะพิจารณายกเว้นการสอบข้อเขียนและ/หรือ การสอบภาคปฏิบัติโดยให้สอบปากเปล่าอย่างเดียวเป็นการเฉพาะราย 5.2 สำหรับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2 ต้องสอบทั้งข้อเขียนและสอบภาคปฏิบัติ (OSCE)
5.2.1 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2.1 สามารถสมัครสอบภาคปฏิบัติได้ เมื่อได้ปฏิบัติงานในสาขากุมารเวชศาสตร์เป็นปีที่ 3 เป็นต้นไป 5.2.2 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2.2 สามารถสมัครสอบภาคปฏิบัติได้ตั้งแต่ขณะฝึกอบรม เป็นแพทย์ประจำบ้านกุมารเวชศาสตร์โลหิตวิทยา ชั้นปีที่ 3
5.3 กำหนดการสอบพร้อมรายละเอียดอื่น ๆ จะเป็นไปตามประกาศของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ เรื่อง การยื่นคำขอสมัครสอบเพื่อวุฒิบัตรฯ และหนังสืออนุมัติฯ สาขากุมารเวชศาสตร์ในแต่ละปี
(ศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา) ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------