แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการ Drug hypersensitivity syndrome
เขียนโดย webmaster  
26 เม.ย. 2010  

แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการ
Drug hypersensitivity syndrome
(Clinical practice guideline in the diagnosis and management of drug hypersensitivity syndrome)

ศรีศุภลักษณ์ สิงคาลวณิช, จรูญ เจตศรีสุภาพ, จุฬาภรณ์ พฤกษชาติคุณากร,ชมนาด นวลปลอด, เทอดพงศ์ เต็มภาคย์, ปาจรีย์ ณิยกูล, มนตรี อุดมเพทายกุล,
รัตนาวลัย จันทร, วนิดา ลิ้มพงศานุรักษ์, วาณี วิสุทธิ์เสรีวงศ์, ศิริวรรณ วนานุกูล, สุชีรา ฉัตรเพริดพราย, อมรศรี ชุณหรัศมิ์

            Drug hypersensitivity syndrome (DHS) หรือ Drug reaction with eosinophilia and systemic symptoms (DRESS) เป็นการแพ้ยาชนิดที่รุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กอาจยังขาดการตระหนักถึงภาวะนี้ รวมทั้งยังมีปัญหาในการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้นสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยจึงได้มอบหมายให้ชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทยจัดทำแนวทางการปฏิบัติมาตรฐาน (Clinical practice guideline) เพื่อการวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการ DHS/DRESS ในประเทศไทย
แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการ DHS/DRESS นี้เป็นความเห็นร่วมกันภายในชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงแนวทางเพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย มิใช่กฎตายตัวที่ต้องปฏิบัติการรักษาตามที่เขียนไว้ทุกประการ ทั้งนี้เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีปัญหาแตกต่างกัน
วิธีการสร้าง Guideline นี้ประกอบด้วยการทบทวนผลงานวิจัยที่มีอยู่เดิมนำมาวิเคราะห์
Level of evidence คือ สาระสำคัญและแหล่งที่มาของผลการศึกษาได้ถูกจัดระดับของความน่าเชื่อถือเป็น 5 ระดับ ดังนี้
ระดับ I  หลักฐานได้จากงานวิจัยที่เป็น systematic review หรือ randomized controlled clinical trials (RCT) ที่ดีอย่างน้อย 1 งานวิจัย
ระดับ II หลักฐานที่ได้จากการศึกษาที่เป็น non- randomized controlled clinical trials หรือ before & after clinical trials หรือ cohort studies
ระดับ III หลักฐานที่ได้จากการศึกษาที่เป็น case-control studies หรือ individual case-control study, descriptive studies of case series
ระดับ IV หลักฐานที่ได้จากการศึกษาที่เป็น descriptive studies, case series หรือ case reports
ระดับ V หลักฐานที่ได้จากการศึกษาที่เป็น expert opinion หรือฉันทามติ (consensus) ของคณะผู้เชี่ยวชาญ
Grade of recommendations คือ ความเหมาะสมที่จะนำไปประยุกต์ใช้ คำแนะนำวิธีปฏิบัติมีระดับของความมั่นใจ (grade of recommendations) แบ่งได้เป็น 5 ระดับ
ระดับ A แนวทางปฏิบัตินี้ให้มีการนำไปใช้ (Strongly recommended)
ระดับ B แนวทางปฏิบัตินี้ควรมีการนำไปใช้ (Recommended)
ระดับ C แนวทางปฏิบัตินี้เป็นทางเลือกหนึ่งในการนำไปใช้ (Optional)
ระดับ D แนวทางปฏิบัตินี้ไม่แนะนำให้นำไปใช้ในกรณีทั่วไป (Not recommended in
             normal situation)
ระดับ E แนวทางปฏิบัตินี้ไม่แนะนำให้นำไปใช้ (Not recommended in all situation)
วิธีการจัดทำ Guideline นี้เริ่มโดยคณะกรรมการจัดทำได้เตรียมแนวทางเบื้องต้น นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทยและปรับปรุงบทความให้สมบูรณ์นำเสนอต่อคณะกรรมการสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาดำเนินการเผยแพร่ไปยังองค์กรทางการแพทย์ต่างๆต่อไป
คณะผู้จัดทำขอสงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมาย โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณี

 

ดาวน์โหลดรายละเอียดทั้้งหมด

 

 


      Copyright © 2008-2009 The Royal College of Pediatricians of Thailand & PAEDIATRIC SOCIETY OF THAILAND