บทคัดย่อวิทยานิพนธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะโภชนาการเกินและสมรรถภาพทางกายในเด็ก  

ผู้เขียน : นางสุดาทิพย์ โฆสิตะมงคล (รามาธิบดี)

          

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล 
     ภาวะอ้วนในเด็กมีความชุกและความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ภาวะอ้วนในเด็กทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การศึกษาที่ผ่านมาพบว่าเด็กอ้วนมี cardiorespiratory fitness ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะอ้วนในผู้ใหญ่ เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาสมรรถภาพทางกายของเด็กอ้วน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่มีน้ำหนักปกติและกลุ่มที่เริ่มอ้วน

วัตถุประสงค์
     วัตถุประสงค์หลัก  เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะโภชนาการเกินระดับต่างๆและสมรรถภาพทางกายในด้าน cardiorespiratory fitness
     วัตถุประสงค์รอง  เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างกันในอัตราการเกิดผลแทรกซ้อนด้านสมรรถภาพทางกาย ระหว่างเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะอ้วน โดยใช้น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง และดัชนีมวลกาย

แบบแผนการวิจัย 
     Cross-sectional study

วิธีดำเนินการวิจัย  
     กลุ่มประชากรที่ศึกษาคือเด็กอายุ 9-12 ปี ที่ยินยอมเข้าร่วมการศึกษา โดยมีเกณฑ์คัดออกจากการศึกษาดังนี้คือ มีความพิการทางร่างกาย โรคประจำตัว ความบกพร่องทางสติปัญญา และน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงต่ำกว่าค่ามัธยฐาน -2 SD หรือมากกว่า 160% ของค่ามัธยฐาน อาสาสมัครจะได้รับการตรวจร่างกาย และ  Tanner stage วัดสมรรถภาพทางกายโดยวิธีการวัด maximum oxygen consumption (VO2max) โดย cycle ergometer วัด body composition โดยวิธี bioelectrical impedance analysis (BIA) ตรวจเลือดได้แก่ CBC, fasting lipid profile และ plasma glucose

ผลการวิจัย  
     ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 67 ราย เพศชาย 42 ราย เพศหญิง 25 ราย แบ่งเป็นกลุ่มน้ำหนักปกติ 28 ราย กลุ่มอ้วนน้อย 13 ราย และกลุ่มอ้วนปานกลาง 26 ราย เมื่อแบ่งโดยใช้เกณฑ์น้ำหนักตามส่วนสูง แต่เมื่อใช้เกณฑ์ดัชนีมวลกายพบว่ามีกลุ่มน้ำหนักปกติ 17 ราย กลุ่มน้ำหนักเกิน 37 ราย และกลุ่มอ้วน 13 ราย การวัดสมรรถภาพทางกาย พบว่า absolute VO2max ในแต่ละกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่  relative VO2maxตามน้ำหนักตัว (VO2max /BW) ของกลุ่มเด็กปกติมากกว่าของเด็กที่อ้วนน้อยและอ้วนปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่าเท่ากับ 28.54+5.86, 23.35+7.24 และ 22.62+5.36 มล./กก./นาที ตามลำดับ ส่วน relative VO2max ตาม fat free mass (VO2max/FFM) ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  เด็กในกลุ่มอ้วนจากเกณฑ์การวินิจฉัยของประเทศไทยโดยใช้น้ำหนักตามส่วนสูง มีสัดส่วนร้อยละ 39 ที่มีสมรรถภาพทางกาย โดยประเมินจากค่า  VO2max /BW อยู่ในช่วง< 1 st quintile ส่วนเด็กในกลุ่มอ้วนซึ่งวินิจฉัยโดยใช้ดัชนีมวลกาย มีสัดส่วนร้อยละ 28 ที่มี VO2max /BW อยู่ในช่วง< 1 st quintile  ซึ่งพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างเกณฑ์การวินิจฉัยนี้ เด็กทั้งสามกลุ่มมีค่าเฉลี่ยของระดับ total cholesterol และ LDL-cholesterol ในเลือดอยู่ในเกณฑ์ก้ำกึ่งสูงคือ 188,199 และ 188 มก./ดล. และ 119,124 และ119 มก./ดล. ตามลำดับ

สรุปผลการศึกษา 
     ภาวะโภชนาการเกินตั้งแต่ระดับเริ่มต้นมีผลทำให้ cardiorespiratory fitness ลดลง และความชุกของโรคอ้วนมีความแตกต่างกันเมื่อใช้เกณฑ์การวินิจฉัยต่างกัน แต่ไม่มีความแตกต่างในแง่การวินิจฉัยผู้ที่มีสมรรถภาพทางกายต่ำ


Abstract

Background The prevalence of childhood obesity has risen greatly in Thailand and worldwide in the past 2 decades. Obesity causes wide range of short term and long term serious complications. Recent studies revealed that obesity was inversely associated with cardiorespiratory fitness. Low cardiorespiratory fitness will increase risk of obesity in adulthood, diabetes mellitus type 2, hypertension, and cardiovascular disease. These problems prompted us to study the relationship of cardiorespiratory fitness and obesity.
Objectives

Primary objective 
     To compare cardiorespiratory fitness among children with normal weight, mild, and moderate obesity

Secondary objective 
     To compare the proportion of physically unfitted children between obese groups defined by Thai reference weight for height criteria and BMI (IOTF reference, proposed by Cole et al)

Study design 
     Cross-sectional study
Material and methods  Participants were children aged 9-12 years whose informed consent from parents was obtained. Exclusion criteria were major physical disability, chronic illness, developmental delay, and weight for height less than median – 2SD or >160% of median values.
     Participants were categorized into normal, mild obesity, and moderate obesity groups.
     All children were assessed by physical examination and sexual maturity evaluation using Tanner stage. Laboratory assessment included cardiorespiratory fitness test using maximum oxygen consumption (VO2max) with cycle ergometer, body composition determination with bioelectrical impedance analysis (BIA), CBC, and blood chemistry i.e. fasting lipid profile and plasma glucose.
Results  Sixty-seven  children, 42 males and 25 females, participated in the study. According to Thai weight for height criteria, there were 28, 13, and 26 children in the normal, mild, and moderate obesity groups, respectively. According to international BMI cut-off value, there were 17 normal, 37 overweight, and 13 obese children. Cardiorespiratory fitness assessment based on maximal oxygen consumption revealed no statistical difference in absolute VO2max and relative VO2max adjusted for fat free mass   among groups. There was statistical difference in relative VO2max adjusted for body weight( 28.54+5.86, 23.35+7.24, and 22.62+5.36 for normal, mild, and moderate obesity, respectively). Defined by Thai weight for height criteria, 39% of obesity group had relative VO2max adjusted for body weight < 1st quintile . Defined by international BMI cut-off value, 28% of obesity group had  relative VO2max adjusted for body weight < 1st quintile. There was no statistical difference between two classification systems in proportion of physically unfitted children. Mean fasting total cholesterol and LDL-cholesterol were in borderline levels in all groups (188, 199,and 188 mg/dl and 119,124, and 119 mg/dl for normal, mild, and moderate obesity groups respectively).
Conclusion  Cardiorespiratory fitness in Thai obese children was lower than normal even in mild obesity. Prevalence of obesity using Thai reference weight for height was different from that using BMI but there is no statistical difference in the proportion of physically unfitted children between obese groups using different criteria.